Education Coach Everybody needs a coach

ด้วยแนวความคิดที่ว่า ทุกคนมีโอกาศประสบความสำเร็จได้ ถ้ามีเป้าหมายและมีการวางแผนเดินทางสู่เป้าหมายโดยโค้ชคอยดูแล ว่าแล้วก็มาสร้างเป้าหมายอย่างเร้าใจและวางแผนเการเดินทางอย่างสนุกสนานไปด้วยกันกับ Education coach เลยค่ะและแน่นอน "Everybody need coach"

Everybody needs a coach

ขอต้อนรับทุกท่านที่รักเรื่องการพัฒนาและดึงศักยภาพลูกหลานของเราค่ะ ประเดิมเรื่องแรกของ Education coach ขอเริ่มด้วยบุคคลที่ดิฉันคิดว่าท่านเป็นคนเก่งคนหนึ่งในประเทศไทย

วันนี้ตื่นขึ้นมา ดิฉันก็ได้รับชมการแข่งขัน เทนนิส ยูเอส โอเพ่น ประจำปี 2010 ในรอบชิงชนะเลิศ ระหว่างคิม ไคลเซอร์ กับ เวร่า ซาโวนาเรว่า ไคลเตอร์เล่นได้ดีมาก ชนะไปใส ๆ เลย ท่าน ๆ ทราบมั้ยคะ ว่าไคลเตอร์ได้รับเงินเท่าไหร่ ทายกันไม่ถูกแน่เลย ค่ะได้รับไป 2,200,000 หรือประมาณ 66,000,000 บาท นี่เป็นเงินทีได้รับจากการแข่ง 1 ครั้งเท่านั้น แต่เป็นการแข่งครั้งใหญ่ของปีนะคะ

ส่วนหนึ่งที่ได้เงินมากขนาดนี้เพราะ ได้เป็นแชมป์ติดต่อกันมา ดังนั้น วันนี้อย่างที่ได้เกริ่นไว้ ว่าเป็นเรื่องประเดิมเรื่องแรกใน EDU Coach บุคคลที่เราขอยกย่องคือคุณพ่อชนะชัย และคุณแม่อุบล ศรีชาพันธ์ ค่ะ น่าสนใจมั้ยคะ ที่ดิฉันยกย่องก็เพราะว่าทั้งสองท่านได้เป็นโค้ชให้ลูกประสบความสำเร็จสูงมากเลยทีเดียว ก็คือคุณบอล หรือคุณภราดร ที่เรารู้จักกันดีทุกคน

การที่เราจะเลี้ยงลูกให้ได้เป็นระดับโลกได้นั้น(คุณบอลเคยติด1ใน 10 ของโลกและชนะนักเทนนิสชั้นนำ คืออังเดร อกัสซี่มาแล้วค่ะ) ต้องใช้ความพยายาม ความทุ่มเทอย่างหนัก แต่การที่คุณพ่อชนะชัย และคุณแม่อุบล ศรีชาพันธ์ทำได้นั้นได้ให้ข้อพิสูจน์ว่าเราคนไทยแบบครอบครัวคุณบอลที่เป็น คนขอนแก่น ก็สามารถสร้างลูกให้เป็นคนระดับ World Class

ได้ดังนั้น ทุกท่านที่อยู่ในประเทศไทยก็สามารถสร้างลูกหลานของเราให้เป็นระดับโลกได้ค่ะ แต่จะสร้างอย่างไรนั้น ในตอนต่อ ๆ ไป เราก็จะนำเทคนิคต่าง ๆ ทั้งจากครอบครัวคุณบอล และจากบุคคลที่ประสบความสำเร็จอื่น ๆ มาเล่าให้ฟังกันค่ะ ว่าเค้าทำกันได้อย่าง และอยากเรียนทุกท่านว่า Everybody needs a coach.

คิดแบบแกะดำ

ใครอ่านหนังสือและดูใน Youtube กี่ยวกับคุณประเสริฐ เอี่ยมรุ่งโรจน์ www.blacksheep.co.th ที่เขียนเรื่องเกี่ยวกับการทำธุรกิจแบบแกะดำ การทำธุรกิจแบบนี้ คือการมองให้แตกต่างออกไปมาที่เคยทำมาในอดีต เป็นการแตกต่างแบบที่ทำให้ธุรกิจดีขึ้น เช่น คุณประเสริฐ พูดเกี่ยวกับโรงแรมที่ขายเครื่องดื่มมินิบาร์แพงมากว่าจะขายราคาพอเหมาะพอควร นั่นซิค่ะ ถ้ามันถูกกว่านี้และแพงกว่าท้องตลาดนิดหน่อย เราคงอุดหนุนกันได้ทุกครั้งที่พักโรงแรม โดยเฉพาะดิฉันและสามีดื่มน้ำเปล่าเยอะมาก ๆ เลยในหนึ่งวัน ครั้งหนึ่งเคยไปพักที่โรงแรมห้าดาวที่อเมริกา เป็นมีน้ำเปล่าวางไว้ก็หยิบมาดูว่าฟรีหรือไม่ แทบแย่ค่ะ เพราะที่วางขวดน้ำเป็นระบบที่เมื่อไหร่เราอยากยกพวกเครื่องดื่มเหล่านั้นขึ้นมา คอมพิวเตอร์ก็จะวิ่งไปเก็บในคอมพิวเตอร์เลยเขาเขียนบอกเราตัวเล็ก ๆ ดิฉันก็แอบไปดูหลังถาด โอ้โห มีสายไฟต่อไว้ แน่นอนเลยคงต้องจ่ายแน่ แพงเสียด้วย แต่ก็ไปลองวางกลับไปดูซิ หยิบแป๊บเดียวจะชาร์ตเลยจริง ๆ หรือ โชคดีค่ะ คงมีคนไม่รู้แบบดิฉันแยะ เครื่องคงชารต์หลังจากหยิบออกไป 10 นาทีมั้งค่ะ เลยรอดตัวไป

ออกนอกเรื่องยืดยาวกลับมาเกี่ยวกับมุมมองแบบแกะดำ คุณผู้ปกครองค่ะ เราเคยได้ มองมั๊ยค่ะว่า การดูแลสั่งสอนลูกหลานของเรา เราทำแบบเดิม ๆ มาโดยได้มาทบทวนบ้างมั๊ยค่ะว่าอะไรดีมากควรเก็บการดูแลลูกหลานแบบนี้เป็นสูตร ของตระกูลเรา (เหมือนสูตรขนมอร่อยๆ ทางพวกยุโรป) หรือบางอย่างต้องปรับเปลี่ยน ตามยุคสมัย หรือบางอย่างเราต้องสร้างสรรค์มาเป็นแบบเฉพาะ มันก็น่าคิดว่า ทำไมแม่ต้องบ่นตลอด การพูดบ่น พร่ำสอนหรือพูดตลอดดีจริงหรือไม่ เหมาะสมกับลูกเราที่มี ลักษณะแบบนี้มัย ลูกมีนิสัยแบบนี้ควรจะใช้วิธีการอะไร ทำไมคนอื่นทำแบบนี้ เราต้องทำเหมือน ๆ กันด้วยล่ะค่ะ เรื่องนี้คุณประเสริฐก็พูดได้น่าฟังว่า เราเชื่อเค้า เค้านี้คือใคร น่าสนใจมั้ยคะ อันนี้ก็น่าจะมานั่งทบทวนการดูแลลูกหลานของเราว่า แนวทางการสอน การแนะนำเรื่องการเรียนหนังสือ การเลือกคณะที่เรียน สาขาอาชีพ เราได้ลองมองทบทวนกันดีหรือยัง

กิจกรรมที่ว่ามานี้ เป็นตัวอย่างให้ผู้ปกครองได้ลองคิดว่าจะมีกิจกรรมอะไรที่แตกต่างอย่าง สร้างสรรค์ มาลองกับลูกหลานบ้าง และแน่นอนนะคะ กิจกรรมที่สร้างประโยชน์ให้เด็กนี้ ก็ต้องสนุกและมีรางวัลเพราะเด็กก็คือเด็กค่ะ เท่านั้นคุณผู้ปกครองก็จะเป็นโค้ชแกะดำให้เด็ก ๆ ได้แล้วค่ะ และเช่นเคยนะคะ Everybody needs a coach.

ชอบรายการเจาะใจมากค่ะ

ทุกวันนี้ดิฉันไม่ค่อยได้ดูทีวีช่อง 3, 5, 7, 9 ซักเท่าไหร่ เพราะเป็นคนชอบซีรี่ส์ตอนสั้น ๆ โดยเฉพาะสืบสวนสอบสวนเรื่อง CSI, Bones, Mentalist แต่วันก่อนเข้าไปดูเจาะใจทางอินเตอร์เน็ต ตอนที่เชิญคุณ ปิยะพงษ์ ผิวอ่อน นักบอล มาสัมภาษณ์ ซึ่งเป็นโปรแกรมพิเศษที่เชิญแขก 10 ท่านในโครงการ 10 VOICES FOR INSPIRATION ต้องขอบคุณเจาะใจจริง ๆ ที่เชิญแต่ละท่านมาพูดให้เราฟัง ได้ประโยชน์มากเลยค่ะ

ประเด็นที่อยากมาพูดวันนี้คือเรื่องของคุณปิยะพงษ์ ผิวอ่อน นักบอลคนเก่งคนหนึ่งของไทย ที่ยังคงอยู่ในวงการบอลได้อย่างสง่างามจนถึงทุกวันนี้ ประสบการณ์ของท่านมีทั้งในประเทศและต่างประเทศ เรื่องที่จะเอามาพูดให้ฟังก็คือตอนที่คุณปิยะพงษ์ ไปทำงานเป็นนักบอลเกาหลี ซึ่งมีหลายแง่มุมที่น่าสนใจคุณปิยะพงษ์บอกว่าการวิ่งจ๊อกกิ้งของเขาคือการวิ่งเร็วของเรา แล้ววิ่งเร็วเค้าจะเท่าไหร่ล่ะคะ นอกจากนี้เขาเริ่มฝึกวิ่งโดยเริ่มต้นที่การวิ่งอย่างน้อย 20 รอบ ซึ่งต่างกับประเทศของเราที่ได้ 5 รอบก็เลิกวิ่งแล้ว ตรงนี้แหละค่ะ ดิฉันอยากจะบอกว่า ประเทศไหน ๆ ก็ตามเขาไม่ได้เก่งกว่าเรา แต่เขาฝึกมากกว่าเราถึงได้เก่งกว่าเรา เคยได้ยินมั้ยคะ ที่โปรกอล์ฟคนดัง คนหนึ่ง บอกว่าที่เค้าตีกอล์ฟได้ดีนี่ ไม่ได้มาจากการฝึกกับโปรที่เก่ง แต่เค้าฝึกตีบ่อยมาก และมากที่สุดจนวงสวิงเป็นธรรมชาติ เรียกว่าตีกันทั้งวันทั้งคืน แบบที่เค้าเรียกว่า ฝึก ฝึก ฝึกและก็ฝึก ของลูกหลานเรา ก็ควรเป็นอึด อึด อึดและก็อึด (อีดหมายถึงการวางแผนการเรียน การอ่าน การจำ การทำความเข้าใจและฝึกฝน) คุณปิยะพงษ์พูดได้ดีทีเดียว เราน่าจะเอามาเปิดให้เด็ก ๆ ดูว่า คนที่ประสบความสำเร็จ ไม่ใช่การนั่งเล่นสบาย ๆ แล้วจะประสบความสำเร็จได้ บางทีเราเห็นเค้าดูสบาย ๆ จริง ๆ แล้วเค้าผ่านช่วงที่หนักหนา สาหัสมาแล้วนั้นเอง เด็กที่เรียนเก่งแล้วบอกว่าไม่ได้อ่าน ไม่ได้ตั้งใจเรียนหรอก เก่งเอง ได้คะแนนเยอะเองแบบไร้เหตุผล เป็นการเม้าท์แบบคลาสสิคตั้งแต่สมัยป้าแล้วค่ะ (สมัยดิฉันเอง) จริง ๆ แล้วเค้าเตรียมตัวกันบ้าเลือดทั้งนั้น

อีกประเด็นที่คุณพิธีกรตั้งคำถามได้ดีคือ เค้าถามว่าเด็ก ๆ ที่มองคุณปิยะพงษ์เป็นฮีโร่ และอยากดำเนินตามแบบของคุณปิยะพงษ์ จะมีวิธีการรักษาแรงบันดาลใจอย่างไรบ้าง คุณปิยะพงษ์ตอบว่า เราต้องตั้งเป้าหมายก่อน แล้วเดินไปตามเป้าหมาย ซึ่งก็อาจจะมีอุปสรรคบ้าง มันเป็นเรื่องธรรมดา แต่คุณต้องข้ามไปให้ได้ อย่าท้อถอย ถึงแม้ว่าจะล้มก็ตาม ก็ต้องลุกแล้วไปให้ถึงเป้าหมายให้ได้จริงๆ แล้วเจาะใจตอนนี้อยากให้ไปฟังกันตั้งแต่ต้นจนจบ เพราะมีประโยชน์มาก อาจจะได้แง่คิดส่วนตัวใหม่ ๆ เพิ่มขึ้นอีก คุณพ่อ คุณแม่ถ้าได้เปิดให้ลูกฟังแล้วเอามานั่งคุยกันเล่น ๆ แต่ก็จะได้ประโยชน์กันจริง ๆ นะคะ

ดิฉันคิดว่าการมีเป้าหมายสำหรับเด็กเป็นสิ่งสำคัญ หมายความว่า ให้เด็กเริ่มมีความคิดว่า เป้าหมายของเขาคืออะไร ซึ่งอาจจะเปลี่ยนไปมาหลังจากการทดลองเรียน ทดลองฝึก แต่นั่นก็หมายถึงการได้เริ่มต้นแล้ว วันนึงหลังจากการผ่านสิ่งต่างๆ มากมาย เขาก็จะได้ทราบด้วยตัวของเขาเองว่า เขามีเป้าหมายอะไร อย่างที่เรียนทุกท่านนะคะว่า Everybody needs a coach.

ไปจับเท้า John Haward ที่มหาวิทยาลัยฮาวาร์ด มาฝากทุกท่านค่ะ

เราได้พาลูกหลานเราไปเที่ยวต่างประเทศกันบ่อย ๆ เราน่าจะจัดทัวร์เที่ยวมหาวิทยาลัยกันบ้างนะคะ น่าสนุกจัง มหาวิทยาลัยต่างประเทศสวย ๆ ทั้งนั้น ที่หนึ่งที่แนะนำคือเมืองบอสตันประเทศอเมริกาค่ะ ที่นั่นมี Haward University ซึ่งแน่นอนอยู่แล้ว ไม่มีใครไม่รู้จักถึงความเป็นเลิศของที่นั่น บรรยากาศขลังดีจัง น่าเรียนมาก, สถาบันเทคโนโลยีแมสซาชูเซตส์ (Massachusetts Institute of Technology) หรือ เอ็มไอที (MIT) เป็นสถาบันอุดมศึกษาในเมืองเคมบริดจ์ เป็นที่รู้จักกันดีในฐานะผู้นำวงการวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีของโลกแห่งหนึ่ง , Tufts University เค้ามีนิยามว่า Tufts is recognized as a premier university dedicated to educating new leaders for a changing world. Superb teaching and world-class research equipment ...ซึ่งเป็นเลิศในแขนงที่แตกต่างกันออกไป หรืออาจจะเป็น Boston University ที่คนไทยนิยมส่งลูกไปเรียนที่นั่น เมืองก็สวย museum ก็ดี มหาวิทยาลัยก็เยอะ อาหารก็อร่อย ถ้ามีโอกาสก็ไปเถอะค่ะ

เหมือนดิฉันตอนเด็ก ๆ ก็จะมีความประทับใจรร.สาธิต มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ ในเวลานั้นสาธิตมอ. ถือเป็นรร ที่น่าจะดีที่สุดรร หนึ่งในภาคใต้ สถานที่ดี การสอนก็สนุก เด็กที่มาเรียนก็มาจากครอบครัวหลากหลาย น่าสนุกและน่าสนใจมาก ที่ได้ทราบก็เพราะว่า พี่สาวดิฉันเรียนที่นี่

ตรงนี้ก็เลยเป็นแรงบรรดาลใจให้อยากมาเรียนรร. เตรียมอุดมศึกษา เพราะทางใต้เราถือว่า รร.เตรียม ฯ เป็นที่สุดแล้วสำหรับมัธยมปลาย และก็ได้มาเรียนในที่สุด

นี่แหละค่ะ แรงบรรดาลใจตอนเด็ก ๆ ของดิฉัน

ดังนั้นผู้ปกครองคะส่วนหนึ่งที่จะทำให้เด็กก้าวหน้าได้ก็ต้องมีสถานที่และบรรยากาศ ที่จะสร้างแรงบรรดาลใจ กระตุ้นให้เด็กเกิดความสนใจที่จะหาที่เรียนต่อดี ๆ ล่ะค่ะ และอยากที่บอกค่ะ Everybody needs a coach.

สาวเปรี้ยวเที่ยวปารีส

ได้คุยกับคุณแม่ชั้นหนึ่งหรือโค้ชมือหนึ่งเร็ว ๆ นี้ เค้าบอกว่าช่วงนี้ TG เค้ามีไมล์แยะและโชคดีมีโปรโมชั่น แลก 1 แถม 1 เวิร์คมาก (ขอบคุณ TG มา ณ ที่นี้ด้วย ขอให้มีบ่อย ๆ นะค่ะ)เค้าก็จะพาลูกๆ ไปเที่ยวฝรั่งเศส หลังจากบอกลูกๆ แล้ว (ลูกสาวสุดน่ารัก ป.5 กับ ม.2) ก็ได้ยินลูกสาวคนสุดท้องโทรศัพท์คุยกับเพื่อนว่า “แล้วเราไปเจอกันที่แพร์รีสนะ เดี๋ยวขอดู Map ก่อนเอาตรงไหนดี” ฟังแล้วก็น่าเอ็นดู คิดดูซิค่ะ เด็กเล็กๆ ป.2 (สาวเปรี้ยว) นัดเพื่อนไปเที่ยวปารีส (ออกเสียงเป็นแพร์รีส จะได้อารมณ์มาก)

สาวสองคนนี้เรียนอินเตอร์ 2 ภาษาค่ะ ภาษาอังกฤษเค้าดีจริง ๆ ระบบความคิดก็ดี เป็นตัวของตัวเอง มีเป้าหมายที่จะทำโน่นทำนี้ น่าสนใจและสมาร์ทมาก

เรื่องที่จะเล่าให้ฟังวันนี้ ก็คือการเที่ยวต่างประเทศ ของบ้านนี้ค่ะ บ้านนี้ชอบเที่ยวต่างประเทศเหมือนดิฉันเลย และชอบเที่ยวแบบไปกันเอง ไม่ได้ไปทัวร์ ต่างกันก็ดิฉันเป็นทัวร์สูงอายุ คือ พ่อแม่และแฟนดิฉัน ส่วนบ้านนี้ก็คุณแม่กับแก๊งส์เด็กสาวเปรี้ยวนี่แหละค่ะ

ก่อนไปเค้าก็จะมานั่งคุยกัน มาช่วยกันวางแผนการท่องเที่ยวกันก่อนไป คิดดูซิค่ะวางแผนการเที่ยว ขนาดผู้ใหญ่แล้วก็ไม่ใช้เรื่องง่าย เด็กก็ได้ฝึกการวางแผนเดินทางให้ไม่ย้อนไปมา การจัดเวลา เลือกสถานที่ ที่น่าสนใจ โอ้โหได้ประโยชน์มากเลย เด็กก็สนุกมาก ๆ เป็นการท่องเที่ยวที่อยากให้ทุกท่านได้เลียนแบบ เพียงแต่ว่า ท่าน ๆ ที่จะทำได้นั้นต้องภาษาดีพอสมควร เหนื่อยนิดหนึ่ง เพราะต้องบริหารจัดการเรื่องต่าง ๆ แต่เด็กๆ จะสนุกและได้ประโยชน์เต็มที่ค่ะ ที่ว่าตรงต่อเวลา ฝึกรับผิดชอบ และอื่น ๆ ยังไงก็มีแต่ได้ ถ้าราบรื่นก็สนุก มีปัญหาก็จะได้ฝึกแก้ปัญหา ข้อนี้ต้องระวังนิดนึงนะคะ ปัญหาบางอย่างที่ต่างประเทศ เรื่องใหญ่มากเช่น สุขภาพ วันนี้จะวางใจเด็ก ๆ ไม่ได้นะคะ เด็กก็คือเด็ก วางแผนที่จะเที่ยวไหน ขึ้นรถเมล์อะไรออกจากบ้านกี่โมง เรื่องการวางแผนก็จะเป็นทำนองนี้ค่ะ

เมื่อกลับมาก็จะเขียน Diary มีรูประกอบเช่น สาวเปรี้ยวเที่ยวฝรั่งเศส เด็กก็จะได้ฝึกเขียนเรียงความการเรียงลำดับเรื่อง ได้ศึกษาประวัติบางทีอาจจะได้เอามาเป็นส่วนหนึ่งของรายงาน หรือการบ้านส่งครูด้วย นอกจากสนุกและได้ความรู้แล้ว ยังเริ่ดอย่าบอกใครเชี่ยว

วันนี้ไม่ได้สงวนลิขสิทธิ์สำหรับเที่ยวต่างประเทศเท่านั้นนะคะ การเที่ยวใน Long Weekend เราก็สามารถให้เด็กจัดทริปได้ เค้าจะได้ฝึกคิดวางแผน เราก็ไม่เหนื่อยด้วย (หึ หึ) โดยสอนที่ไปต้องให้งบประมาณ และให้ใช้เงินภายในงบ (แล้วเราก็แอบฝึกการใช้เงินก็เขาไปด้วย) เห็นมั๊ยค่ะ เด็กก็จะได้ไปที่ตัวเองชอบ เช่น ขับ ATV, ล่องแก่ง สำหรับเราการได้ทำอะไรแบบนี้กับลูกหลานก็ทำให้เลือดสูบฉีดดี แล้วก็หลุดออกมาจากชีวิตเดิม ๆ กระปรี่กระเปร่าดีออก งั้น Long Weekend ที่จะถึงนี้เราไปไหนกันดีค่ะ

เหมือนเดิมค่ะ Everybody needs a coach.

หนังสือน่าอ่านสำหรับเด็ก

ไปเจอคุณผู้ปกครองและเด็ก ๆ ครอบครัวหนึ่ง ดิฉันก็ได้ไปโค้ชให้จนมาถึงเรื่องบรรยากาศการอ่านหนังสือที่บ้านของเขา ก็ได้ทราบเรื่องสนุก ๆ มาคุยกันค่ะ

อันว่าเรื่องห้องอ่านหนังสือของเด็ก ก็มีหลาย ๆ ที่ได้แนะนำไปมากมายนับไม่ถ้วนแต่ความเป็นจริงได้มีการนำไปใช้กันหรือไม่ ย้ำนะค่ะ ฟังดูเป็นเรื่องธรรมดา แต่เราทำสิ่งธรรมดา ๆ นี้กันหรือเปล่า เหตุผลที่น่าสนใจที่ไม่ได้จัดห้องอ่านหนังสือให้เด็กก็เช่น

ประหยัดแอร์
น่าใจสนมากค่ะ คุณแม่ท่านหนึ่งบอกว่า ลูกสาว ม.3 ยังนอนอ่านหนังสือห้องเดียวกันทั้งครอบครัว เพื่อประหยัดแอร์ อันนี้ไม่คุ้มเลยนะค่ะ เด็กที่เตรียมสอบต้องมีห้องส่วนตัวที่สร้างบรรยากาศที่กระตุ้นให้อยากอ่านหนังสือ รู้สึกคึกคัก อยากแข่งขัน ไม่น่าง่วงเหงา ซึมเซา ยิ่งให้พ่อแม่พี่น้อง นอนกันเป็นแผง ยังงี้ไม่มีทางอยากจะอ่านหนังสือหรอกค่ะ มีแต่ใจที่อยากจะนอน

ไม่มีห้องเพียงเพียงพอ
เด็กก็เลยถอดใจ ขี้เกียจอ่านหนังสือ อันนี้น่าเห็นใจจริง ๆ ค่ะ บางทีเด็ก ๆ จากต่างจังหวัดมาพักอยู่ คอนโด อพาร์เมนท์ หรือบ้านอยู่ทาวน์เฮาส์ แต่ก็มีวิธีแก้ไขค่ะ ให้จัดสิ่งที่จะเป็นไว้มุมๆ หนึ่ง เป็น สิ่งที่จำเป็นคือโต๊ะบวกเก้าอี้ขนาดพอดี ๆ ที่นั่งแล้วไม่เมื่อย ไม่ก้มหรือเงยมากเกินไป พร้อมกับไฟอ่านหนังสือและม่านบังตาเป็นผ้าสวยๆ กันเพื่อความเป็นส่วนตัว ทำให้เด็กนั่งทำการบ้านและอ่านหนังสือได้นานขึ้นอย่างไม่น่าเชื่อค่ะ

ทำห้องแล้วไม่ใช้
อันนี้ท่านผู้ปกครองมักจะรู้สึกหงุดหงิดมากว่า ทำให้ทำไมยังไม่ใช้ห้องนั่งมานั่งเปะปะ นั่งไปทั้งบ้าน น่ารำคาญจริง ๆ ท่านผู้ปกครองต้องทำใจนะคะ อย่าบ่นเรื่อยไปเด็กจะเบื่อ เด็กก็คือเด็ก ต้องหลอกล่อ มีรางวัลและทำให้สนุกสนานท้าทาย เช่น

  1. ถ้านั่งห้องนี้ได้วันละ 2 ช.ม. (ตอนเริ่มต้น) จะให้เล่นเกมได้ 30 นาที
  2. ถ้านั่งห้องนี้ได้วันละ 3 ช.ม. จะได้เงินเบี้ยเลี้ยง (รายวัน) เพิ่มอีกสัปดาห์ละ 500 บาท ถ้าทำติดต่อกัน 5 วัน ถ้าเลิกทำระหว่างอาทิตย์ไม่ติดต่อกัน ยกเลิกทั้งหมด ทั้ง 500 บาท
  3. ลองคิดดูและลองคิดเป็นเกมซิค่ะ ว่าลูกท่านต้องการอะไรมาท้าทายเด็กแต่ละคนไม่เหมือนกันค่ะ บางคนอยากได้จักรยานแบบที่ขี่กันเป็นแก๊งซ์ บางคนอยากไปต่างประเทศ อยากขี่ม้าที่เขาใหญ่ คิดเป็นเกมทำให้ท้าทายสนุกดีนะคะ

และเวลาเด็กนั่งในห้องหนังสือหรือมุมอ่านหนังสือ เราก็ต้องแวะเวียนเข้าไปดูว่า คุยโทรศัพท์หรือหลับ การแวะไปดูก็ต้องมีคนพูดให้กำลังใจพร้องกับการทักทาย คุณผู้ปกครองท่านนึงทำทุกอย่างมาอย่างดี จัดห้องให้เรียบร้อย คุณลูกก็น่ารัก นั่งอ่านทุก ๆ วัน แต่ก็มาตกม้าตายการที่พูดจากับลูกว่า ”น่าสงสารจัง อ่านหนังสือตั้งแต่เช้ามืด” เสร็จเลย มันจะดีกว่ามั๊ยคะ ถ้าเราจะพูดว่า “แม่ดีใจจังที่ลูกขยันแบบนี้ มันไม่ง่ายเลยที่จะทำให้ได้ และจะยากกว่านี้ถ้าลูกทำได้สม่ำเสมอ เรามาดูซิเราจะช่วยกันอย่างไรให้ลูกทำได้สม่ำเสมกตลอดไป” ย้ำอีกครั้งนะคะ เรื่องการจัดห้องอ่านหนังสือเป็นเรื่องธรรมด๊าธรรมดาแต่เราได้ทำกันอย่างจริงจังหรือยัง

รีบทำซะเถอะค่ะ เป็นเรื่องที่ง่ายแต่ผลที่ได้รับคุ้มเหลือเกิน

เรื่องง่าย ๆแต่ไม่ได้ทำมีอีกเยอะค่ะ งวดหน้าเราก็จะเอามาเล่าให้ฟังกัน นั่นคือเหตุผลที่ว่า
Everybody needs a coach.

อาจารย์แม่ในไทยรัฐ

ในวันอาทิตย์ว่าง ๆ ท่านทั้งหลายได้เคยเปิดอ่านหนังสือพิมพ์ไทยรัฐ คอลัมน์จับคุยกันของ อ.แม่ อ.สุนีย์ สินธุเดชะกันบ้างมั๊ยค่ะ ท่านที่มีบุตรหลานกำลังเรียนดิฉันว่าน่าจะอ่านดูบ้าง ถ้าหัวข้อนั้นไม่น่าสนใจก็ผ่านเลย เท่าที่ได้อ่านดู อ.แม่ ตอบให้แง่คิดดีมาก จริง ๆ แล้วจะให้กลุ่มพ่อ แม่ที่ลูกกำลังจะ เอ็นทรานส์อ่านก็ดูจะแคบไป น่าจะอ่านกันไปเรื่อยๆ เหมือนเราเก็บประสบการณ์ที่ อ.แม่ตอบคนอื่น ไว้ในธนาคารความคิดของเรา วันไหนจำเป็น เผื่อลูกถามก็จะได้ถึงมาตอบได้ หรือเอาแนวคิด อ.แม่มาประมวลหาคำถามให้ลูกเรา

ฟังดูเหมือนเป็นเรื่องธรรมดาๆ ว่าให้อ่านคอลัมน์ อ.แม่ จริง ๆ แล้วมีความสำคัญมากกว่านั้น เพราะว่า เวลาเรามีปัญหาเรื่องลูก ๆ แล้วปรึกษาเพื่อนผู้ร่วมงาน เราแน่ใจแล้วหรือว่าคำตอบนั้น ๆ มาจากคนที่มีประสบการณ์ เก่งแน่ๆ มีความรู้ ไม่มีอารมณ์ความรู้สึก บวก ลบ โน้มเอียงกับเรา

เหมือนเพื่อนดิฉันคนนึง สามีมีเด็กมาชอบ (ชอบตัวหรือเงินก็ไม่รู้) บางกลุ่มก็แนะนำว่าเลิกเลย เลิกเลยไม่ซื่อสัตย์ บางคนก็แนะนำว่าให้กลับไปคิดดี ๆ บางทีมีคนมาชอบสามีเค้าแต่ตัวสามีชอบด้วยหรือเปล่าไม่รู้ ญาติผู้ใหญ่ที่รักนับถือก็บอกว่า เลิกนะง่าย แต่อยู่ให้ได้ตลอดลอดฝั่งนะยาก เราเป็นผู้หญิงเก่ง ก็ต้องตะล่อมให้เค้าค่อย ๆ เลิกรากันให้สามีกลับมารักเราเหมือนเดิม ครอบครัวที่ชนะก็คือครอบครัวที่ประคองกันไปได้อย่างมีความสุข ให้บ้างรับบ้าง ภรรยาก็ประคองกันไป อดทนกันไป ผลที่สุด เด็กก็ทนไม่ได้ก็เลิกไปเพราะตีไม่แตกซักที ก็เลยได้ครอบครัวอบอุ่นกลับมา คุยกันไปคุยมาชักรู้สึกเหมือนเป็นศิราณียังไงไม่รู้

นี่ล่ะค่ะ ชีวิตคู่ ชีวิตส่วนตัว ชีวิตลูก ต้องมีคนปรึกษา และต้องเป็นคนปรึกษาแบบที่ว่ามาด้วยนะคะ โดยเฉพาะของลูก ๆ นอกจากที่ว่ามาแล้วอีกสิ่งหนึ่งที่สำคัญ คือต้องทันสมัย เช่น รู้ว่าตอนนี้เด็กเค้าคิดแบบไหน รู้จักเพื่อนๆ เค้าบ้าง รวมถึงที่เที่ยวที่กิน การแต่งตัว เราจะได้รู้ความคิดเด็ก ๆ และเข้าใจเค้าให้มากขึ้น และที่สำคัญ การสอบเอ็นทรานส์ตอนนี้เปลี่ยนกันตลอด ไม่ตามไม่ได้แล้ว แต่ก็ไม่ต้องกลัวค่ะ Google ช่วยได้ Search กันเข้าไปแล้วก็จะเจอเอง ข้อมูลมีอยู่เพียบแต่ต้องดูให้แน่ชัดว่าเป็นข้อมูลที่ทันสมัยและเป็นปัจจุบันจริง ๆ

สรุปวันนี้ว่าปรึกษาใครก็ต้องดูกันดีๆ ก่อนว่า ข้อมูลที่ได้รับดีมั๊ย ดิฉันคิดว่า คุณผู้ปกครองเชื่อ อ.แม่ได้แน่นอนค่ะ อ่านเยอะ ๆ บ่อย ๆ จะได้เก็บเป็นคลังข้อมูลไว้ใช้ยามเจอปัญหากะทันหัน และที่สำคัญนะคะเรายังมีกันและกันเช่นเคยค่ะ Everybody needs a Coach